A31Club คลับคนรัก Nissan Cefiro A31

ข่าว:

  • เป็นอีกหนึ่งช่องทางการติดต่อกับ A31club ด้วย facebook ทั้งนี้ทั้งนั้นเรายังไงติดต่อสื่อสารบนทางเว็บบอร์ดเป็นหลักนะครับ
    อย่าลืมกด Like Fanpage กันด้วยนะค๊าบ





    A31CLUB Forever,Not Zone,Not Group but Only one is A31CLUB

  • A31CLUB Forever,Not Zone,Not Group but Only one is A31CLUB

ข่าว

เป็นอีกหนึ่งช่องทางการติดต่อกับ A31club ด้วย facebook ทั้งนี้ทั้งนั้นเรายังไงติดต่อสื่อสารบนทางเว็บบอร์ดเป็นหลักนะครับ
อย่าลืมกด Like Fanpage กันด้วยนะค๊าบ





A31CLUB Forever,Not Zone,Not Group but Only one is A31CLUB

ความเข้าใจผิดของเรื่องยาง(ซ้ำก็ลบได้เลยครับ)

บุคคลทั่วไป · 470

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

hin2499

  • บุคคลทั่วไป
ความเข้าใจผิดเก่ียวกบัยาง
ความกว้างของยาง/ความกว้างของหน้ายาง
ความเขา้ใจผิด : บนแก้มยางจะมีการระบุขนาด ต่างๆ ของยางเส้นนั้นไว้อยู่เสมอ ส าหรับยางทั ่วไปจะมีการระบุรายละเอียดที่
คุ้นเคยกันตามตัวอย่าง เช่น 205/60R15
ตัวเลข 3 หลักแรกนี้เองที่หลายคนเข้าใจผิด โดยเข้าใจว่าเป็นความกว้างของหน้ายางที่สัมผัสถนน มีหน่ วยเป็นมิลลิเมตร ในกรณี
ตัวอย่างนี้ คิดว่ายางเส้นนี้มีหน้ากว้าง 205 มิลลิเมตร
ความเป็นจริง : ตัวเลข 3 หลักแรกนี้ เป็นความกว้างของยาง ไม่ใช่ความกว้างของหน้ายางที่สัมผัสพื้นวิธีการตรวจสอบง่ายๆ
ตัวเลข 3 หลักนี้ ก็คือ น ายางเส้นนั้นใส่กับกระทะล้อที่มีขนาดเหมาะ สมกันตามมาตรฐานที่วงการยางก าหนดและสูบลม วัดความ
กว้างของยางจากส่วนที่กว้างที่สุด ซง่ึมกัจะ เป็นสว่ นโคง้ของแกม้ ยางทป่ี อ่
งออกมา จากแกม้ ขา้งหน่งึมายงัอกีขา้งหน่งึ โดยวัดรวม
ทุกอย่างที่กว้าง ที่สุด ถ้าบังเอิญมีตัวอักษรตัวเลขหล่อนูนออกมา ก็ต้องวัดรวมด้วย แล้วก็จะได้ค่าความกว้างนั้นออกมา
ตัวเลข 3 หลักแรกที่ระบุไว้ เช่น 205 จะเป็นความกวา้งของยางในสว่ นทป่ี อ่
งทส่ีดุ ซึ่งเป็นแก้มยาง ส่วนความกว้างของหน้ายางจริง
จะไม่มีการก าหนดไว้และเท่าที่ทลองวัดดู ก็จะแคบว่าตัวเลขความกว้างของยางที่ระบุไว้ 10-30 มิลลิเมตร
นั ่นหมายความว่า สมมุตติยางที่ระบุความกว้าง ไว้เท่ากันแต่ต่างรุ่นต่างยี่ห้อกัน ความกว้างของยาง บริเวณแก้มจะต้องเท่ากัน แต่
ไม่แน่ ว่าความกว้างของยางจะต้องเท่ากัน เพราะพบว่ายางรุ่นสปอร์ตหรือเน้นสมรรถนะสูง จะมีความกว้างของหน้ายางใก้ลเคียงกับ
ตัวเลขความกว้างของยางมากกว่ายางรุ่นพื้นๆ ส าหรับใช้งานทั ่วไป
หากไม่เชื่อบทความนี้ใหเ้อาไมบ้ รรทดัหรอืตลบั เมตรไปวดัรอยฝุน่ บนหน้ายางไดเ้ลย แลว้จะพบวา่ แคบกว่าตัวเลขที่ระบุไว้มาก วัด
ยังไงก็ไม่เท่ากัน แต่พอเล็งๆ แถวแก้มยาง ก็พบว่ากว้างพอกับตัวเลข 3 หลักแรกที่ระบุไว้จริงๆ
ตัวเลขซีรีส์ต้องคา  นวนก่อน
ความเขา้ใจผิด : จากตัวอย่าง 205/60R15 ตัวเลข 2 หลักชุดที่ 2 คือ 60 หมายถึงซีรีส์ของยาง หลายคนเข้าใจผิดว่า ยางที่มีตัวเลขซี
รีส์มาก จะต้องมีแก้มสูงกว่ายางที่มีซีรีส์น้อยกว่าเสมอ
ความเป็นจริง : ตัวเลขซีรีส์ หมายถึง ความสูงของแก้มยางคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของความกว้างของยาง หากต้องการทราบความสูง
จริงของแก้มยาง ก็ต้องมีการค านวณก่อน
จากตัวอย่าง ยางเส้นนี้ มีความสูงของแก้มยาง เป็น 60 เปอร์เซ็นต์จากความกว้าง 205 มิลลิเมตร ค านวนโดยน า 205 X (60/100) =
123 มิลลิเมตร

ถ้าไม่ผ่านการค านวณ จะสรุปลอยๆ ไม่ได้ว่า ยางซีรีส์ 65 จะมีแก้มยางจริงสุงกว่ายางซีรีส์ 60 หากมีความกว้างของยางต่างกัน
เช่น ยาง 205/60R13 มีแก้มสูง 205 X (60/100) = 123 มิลลิเมตร ส่วนยาง 185/65R13 มีแก้ม สูง 185 X (65/100) = 120.25 มิลลิเมตร มี
แก้มจริงเตี้ยกว่าทั้งที่มีตัวเลขซีรีส์เป็น 65 มากกว่าเส้นแรกอยู่ 5 ซีรีส์
ถ้าจะเดาความสูงของแก้มยาง ก็ต้องดูตัวเลข 3 หลักแรกความกว้างของยางด้วย แต่ถ้าจะให้แม่นย าก็ต้องน าไปค านวณก่อน
ยางท่ีใช้กบักระทะล้อขอบใหญ่กว่า ยางต้องใหญ่กว่า
ความเขา้ใจผิด : ในกรณีที่จะเปลี่ยนล้อแม็กให้มีขาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้น ตามสไตล์ล้อแม็กวงโต+ยางแก้มเตี้ย เช่น ล้อเดิม
ขอบ 14 นิ้ว จะเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นขอบ 16 นิ้ว หลายคนเข้าใจผิด โดยรีบสรุปว่ายางที่ใช้กับกระทะล้อขอบ 16 นิ้ว ต้องมีขนาดใหญ่
กว่ายาง 14 นิ้ว ไปมองไปอิงกับตัวเลขขอบกระทะล้อทั้งที่นั ่นคือ วงในของยาง ไม่ใช่วงนอก
ความเป็นจริง : ยางจะมีเส้นรอบวงมากหรือมีความสูงโดยรวมเท่าไร ไม่เกี่ยวกับขนาดของกระทะล้อหรือเรียกกันว่าขอบกี่นิ้วนัก
เพราะต้องขึ้นอยู่กับความสูงของแก้มยาง ซึ่งก็ขึ้นกับความกว้างและซีรีส์นั ่นเอง
ยางขอบ 17 นิ้ว ซีรีส์น้อยแก้มเตี้ยบางเฉียบ อาจจะมีเส้นรอบวงน้อยและมีความสูงโดยรวมน้อย กว่ายางขอบ 14 นิ้ว ซึ่งมีซีรีส์มาก
และแก้มสูงก็เป็นได้
ยางเปอรเ์ซน็ ต์เมินได้เลย
ความเขา้ใจผิด : เป็นที่เข้าใจว่า ยางเปอร์เซ็นต์ คือ ยางมือสอง คนส่วนใหญ่มองว่าเมินยางเปอร์เซ็นต์ไปได้เลย เพราะคิดว่าล้วน
เป็นยางมือสองที่ได้มาจากเจ้าของเดิมถอดทิ้งหรือถอดขายให้ร้านในราคาถูกๆเพื่อเป็นส่วนลดในการซื้อยางใหม่ ยางจึงน่ าจะหมด
สภาพแล้ว หากฝืนซื้อมาใช้งานต่อก็จะเสี่ยงต่ออันตราย
ความเป็นจริง : ยางเปอร์เซ็นต์หลายสิบเปอร์เซ็นต์ที่ขายอยู่ทั ่วไป เกือบหมดสภาพแล้วจริงๆ หากใครซื้อมาใช้ก็เสี่ยงอันตราย แต่
ไม่ใช่ว่าทุกเส้นจะไม่น่ าสนใจ
เพราะในกรณีที่เป็นยางซึ่งถูกเปลี่ยน เพราะเจ้าของอยากเปลี่ยนขนาดยางหรือล้อแม็ก ทั้งที่ยังไม่หมดสภาพยางเปอร์เซ็นต์เส้นนั้น
ก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติบางครงั้รถป้ายแดงขบั ออกมาจากโชวร์มู ไดไ้มก่ ว่ีนั กเ็ปลย่ีนยางเดมิ ออกแลว้ หรือใช้ยางเดิมได้ไม่กี่
เดือน ก็อยากเปลี่ยนล้อแม็กวงโต+ยางแก้มเตี้ยตามแฟชั ่น ก็อาจจะถอดยางชุดเดิมขายลดราคากับทางร้านหรือประกาศขายเองเป็น
ยางเปอร์เซ็นต์
บางครั้งยางก็ถูกเปลี่ยนออก เพราะความหวาดกลัวเกินไป ทั้งจากตัวเองหรือค าแนะน าที่ผิดๆ ว่ายางรถยนต์ใช้ได้แค่ 2 ปี หรือไม่
เกิน 40,000 กิโลเมตร ทั้งที่ความจริงใช้ได้นานกว่านั้น ยางชุดนั้นจึงยังไม่หมดสภาพแต่กลับถูกเปลี่ยนออก ซึ่งเมื่อน าออกขายเป็น
ยางเปอร์เซ็นต์ ภสพาจึงยังดีอยู่ และสามารถใช้ต่อได้อีก

การเลือกใช้ยางเปอร์เซ็นต์ หากดูอย่างละเอียด รอบคอบ และเลือกยางที่ไม่ได้ถูกเปลี่ยนเพราะหมด สภาพ โดยเฉพาะยางที่ถูก
เปลี่ยนเพราะเจ้าของเดิม อยากเปลี่ยนขนาด บางครั้งก็น่ าสนใจ
เปล่ียนยางทิ้งเรว็เกินไป
ความเขา้ใจผิด : คนส่วนใหญ่เชื่อและได้รับ ค าแนะน าที่ผิดๆ ว่ายางรถยนต์ต้องเปลี่ยนตามระยะทางเท่านั้นเท่านี้ หรือไม่เกินกี่ปี
ต้องเปลี่ยนออก แมว้ า่ ดอกยงัไมห่ มด หรอืยงัดดู อียกู่ ต็ อ้ งเปลย่ีนออก หลายคนเชอ่ืปกั
ใจ เพราะหวาดระแวงกลัวยางระเบิดแล้ว
อันตราย
ความเป็นจริง : จริงอยู่หากยางระเบิดแล้วจะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือความยุ่งยาก ต้องเปลี่ยนยางกลางทาง แต่การใช้อะไรแล้ว
เปลี่ยนทิ้งทั้งที่ยังไม่หมดสภาพ เสียดายทั้งเงินทั้งทรัพยากรของโลกที่ต้องเสียไปด้วยความหวาดระแวง
ผู้ผลิตยางรถยนต์ส่วนใหญ่ แม้ว่าอยากจะขายยางเส้นใหม่เร็วๆก็ยังไม่เคยมีค าแนะน าให้เปลี่ยนยางเมื่อครบ 3 ปี หรือเมื่อเกิน
50,000 กิโลเมตรหรือต ่ ากว่านั้นเลย มีแต่การแนะน าว่า สามารถใช้งานได้จนดอกจะสึกถึงสัญลักษณ์ที่จุดลึกสุดของร่องยาง และถ้า
ดอกยังไม่หมด หากดูแล้วไม่มีการแตกร้าวปริบวม ก็สามารถใช้ต่อได้จนดอกสึกถึงระยะข้างต้น โดยไม่จ ากัดปีที่ใช้
คน้ หาทงั้จากเอกสารหรอืถามจากเจา้หน้าทฝ่ี า่ ยเทคนคิ ของผผู้ ลติยางโดยตรงก็บอกอย่างนี้ทั้งนั้น พอถามแบบกลางๆ ว่า งั้นของ
ค าตอบที่คนทั ่วไปอยากทราบได้ไหม เขาก็บอกว่า 3 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร หากดอกยังไม่หมด ยางส่วนใหญ่(หากยางเส้นนั้น
ไม่ได้ใช้งานหนักบนทางวิบาก หรือได้รับการกระแทกบ่อย) น่ าจะยังไม่หมดสภาพ และน่ าจะใช้ได้อีกไม่น้อยกว่า 1-2 ปีขึ้นไป หรือ
อีกหลาย หมื่นกิโลเมตร และพอถามย ้าอีก เขาก็บอกว่า ประ มาณว่าถ้าดอกไม่หมดยางน่ าจะใช้ได้เกิน 60,000 กิโลเมตรหรือแถวๆ
5 ปีได้สบาย และก็บอกทิ้งท้ายว่า ถ้าดอกไม่หมด และดูสภาพแล้วยังปกติ ก็ยังใช้ต่อได้อีก
ขนาดฝา่ ยผผู้ ลติทอ่ียากขายยางใหมใ่ หไ้ดม้ ากๆยังมีค าแนะน าให้ใช้งานได้นานกว่าความเชื่อของคนทั ่วไป ดังนั้นก่อนที่จะเปลี่ยน
ยางใหม่ก็ควรแน่ ใจว่ายางเส้นเดิมหมดสภาพและไม่น่ าเสี่ยงใช้งานต่อแล้ว ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะความหวาดระแวง ทั้งที่เพิ่งผ่านการใช้
งานเกินครึ่งมาไม่เท่าไร
ยางเก่าเกบ็ ไมน่ ่าสน
ความเขา้ใจผิด : เป็นที่ทราบกันทั ่วไปว่า ยางรถยนต์ที่ถูกเก็บสต็อกไว้ สามารถหมดสภาพได้แม้จะยังไม่เคยใช้งานก็ตาม แต่
ตัวเลขจ านวนเดือนปีที่จะถือว่าไม่น่ าซื้อใช้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนตั้งใจว่าผลิตเกิน 3 เดือนจะไม่ซื้อ บางคน 6 เดือน หรือ
บางคน 1 ปีกว่าๆ ยังรับได้ความเข้าใจผิดก็คือ คนที่หวาดระแวงเกินเหตุ เก็บเกิน 3-6 เดือนไม่เอาแล้ว ท าเป็นว่ายางรถยนต์จะเน่ า
ง่ายๆ แบบขนมเค้กหรือต้องรอของที่อบเสร็จกันหน้าเตาเลย
ความเป็นจริง : ข้อมูลจากผู้ผลิตยางรถยนต์หากเก็บโดยไม่โดนความร้อนจัดเย็นจัด ไม่ถูกสารเคมี และจัดวางอย่างเหมาะสม จะ

สามารถเก็บ สต็อกได้นานถึงกว่า 5 ปีก็ยังมี โดยไม่เสื่อมสภาพ สามารถน ามาใช้งานได้
ส่วนที่ตั้งแง่ว่าเกิน 3-6 เดือนจะไม่ซื้อ สงสัยต้องตระเวนหากันเหนื่ อย ถ้ามีคนเข้าใจผิดกันมากๆ สงสัยอีกหน่ อยต้องเหนื่ อยไปดัก
ซื้อหน้าโรงงานกันเลย ผลิตมาเก็บไว้ หากขายไม่ดี เกิน 6 เดือนแล้วจะขายไม่ออก
ถ้าคิดว่าค าแนะน านั้นเป็นเพราะกลัวขายยางเก่าเก็บไม่ได้ก็ย้อนไปอ่านกรณีที่แนะน าอายุการใช้งานของยาง ก็ยาวนาน
เช่นเดียวกัน ในฐานะของผู้บริโภคลดลงมาเหลือ 3 ปีก็คงรับได้ จึงสรุปว่า ยางรถยนต์ที่ถูกเก็บไว้ไม่เกิน 3 ปียังสามารถซื้อมาใช้งาน
ได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลอะไร หรือถ้ายังกลัว ก็สักไม่เกิน 2 ปียังรับได้ แต่ถ้าวิตกจริต เก็บมาแถวๆ ไม่เกิน 1 ปี หรือเกิน
เล็กน้อย ก็คงสบายใจได้
ยางดอกหมดลื่น
ความเขา้ใจผิด : ยางดอกหมดหรือยางหัวโล้น จะลื่น นึกไปถึงหัวคนว่าโล้นแล้วต้องลื่น ถ้าจะให้ถูกต้องต้องบอกว่าลื่นบนถนน
เปียก แต่บนถนนแห้งจะเกาะถนนดีกว่าบางมีดอกลึก
ความเป็นจริง : ยางรถยนต์เกาะถนนได้โดยหน้าสัมผัสซึ่งท าหน้าที่เป็นเฟืองยางขนาดจิ๋วถี่ๆผังลงไปบนพื้นถนน ยิ่งมีหน้าสัมผัส
มากก็ยิ่งมีเฟืองมาก เกาะถนนได้ดีส่วนร่องยางที่มีนั้นเตรียมไว้ให้รีดน ้าออกจากหน้าสัมผัสของยาง หรือให้น ้าแทรกตัวเข้าไปอยู่
ชั ่วคราวได้
ร่องยางส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นทรงตัว U แต่เป็น กึ่งตัว V ปากร่องกว้างกว่า ยอดของแท่งดอกยางจึงแคบกว่า เมื่อยางสึกลงไปร่องตื้น
หรือเกือบหมด หน้าสัมผัสยางจึงมีมากที่สุด เพราะฐานของแท่งดอกยางกว้างกว่าตอนที่ยังไม่สึกมาก หากเนื้อยางยังไม่แข็งมาก
ยางที่ดอกเกือบหมดหรือหมด แต่ยัง ไม่ทะลุ จะเกาะถนนแห้งได้ดีกว่ายางมีดอกมีร่องลึกเพราะเรื่องพื้นที่ของหน้าสัมผัสที่แตกต่าง
กัน แต่จะลื่นกว่าเมื่อเจอถนนเปียก เพราะไม่มีร่องยางช่วยรีดน ้า หน้ายางจะมีชั้นฟิล์มของน ้าคั ่นอยู่จะสัมผัสถนนไม่เต็มที่
ดังนั้นถ้าจะบอกว่ายางหัวโล้นขับแล้วลื่น ต้องระบุด้วยว่าบนถนนแห้งหรือเปียก
ยางนอกดีกว่า
ความเขา้ใจผิด : หลายคนยังเข้าใจว่ายางที่ผลิตจากนอกหรือต่างประเทศจะมีคุณภาพดีกว่ายางไทย
ความเป็นจริง : ไม่ว่าจะผลิตจากประเทศใด หากมองถึงคุณภาพกต็ อ้ งวา่ กนั เป็นรนุ่ ๆไป จะบอก ไมไ่ ดว้ า่ ยางญป่ี ุน่ ดกีวา่ ไทย ยาง
ไทยดีกว่ายางมาเล-เซีย โลกเทคโนโลยีเชื่อมกันแล้ว การถ่ายทอดการพัฒนาการผลิตล้วนท าได้ถ้าตั้งใจจะท า

ยางนอกเก่าเกบ็
ความเขา้ใจผิด : คิดว่าต้องขนส่งทางเรือมา ข้ามน ้าข้ามทะเลมา กว่าจะเอามาจากโรงงาน ขนขึ้นและเดินทางในเรือ ออกจากไทย
คงเก่าเก็บมาก
ความเป็นจริง : หากมีการจัดการที่ดี รวมเวลา ทุกขั้นตอน ไม่ว่าน ายางมาจากประเทศใด รวมขน ส่งถึงร้านยางทั ่วไปในไทย ไม่น่ า
ใช้เวลาเกิน 1 เดอืน บางยห่ี อ้ คยุ วา่ ครง่ึเดอืนกถ็ งึแลว้ในกรณที น่ี าเขา้จากญป่ี ุน่ ซึ่งก็จริงเพราะใช้เวลาเดินเรือไม่กี่วันเท่านั้น ส่วนการ
ขาขึ้นเรือหรือขนออกจากท่าเรือ ก็ใช้เวลาขั้นตอนละ 1-2 วันเท่านั้น
ยางย่ีห้อไมด่ งั คณุ ภาพตา่
ความเขา้ใจผิด : ถ้าไม่ใช่ยี่ห้อดังติดหัวแถว คุณภาพจะต ่ า อีกทั้งยังเปรียบเทียบจากราคาที่ถูกกว่าของยี่ห้องดังๆ ก็เดาไปว่าของ
ถูกแต่ดีไม่มีในโลก
ความเป็นจริง : ยางรถยนต์ไม่ได้มีแค่ 2 ยี่ห้อ และยี่ห้อที่ไม่ดัง ก็อาจมีคุณภาพดีใช้ได้เพียงแต่ไม่ติดกระแสหรือไม่โหมโฆษณา
มาก ทั้งที่คุณภาพดี แต่แพ้กระแสความเชื่อ และไม่ต้องเสียค่าโฆษณามาก ก็เลยตั้งราคาได้ต ่ า หากเลือกอย่างรอบคอบ ก็อาจจะได้
ยางคุณภาพดีราคาถูกก็เป็นได้
ซื้อยางในศนู ยบ์ ริการเรง่ ด่วนถกู กว่า
ความเขา้ใจผิด : มีการเปิดศูนย์บิการซ่อมรถยนต์แบบเร่งด่วนหลายสาขาหลายที่และมักจะเน้นการขายยางรถยนต์ด้วย ซึ่งส่วน
ใหญ่มีการแข่งขันมากมาย มียางให้เลือกหลายยี่ห้อและจัดข้อเสนอพิเศษมากมาย ทั้งลดราคาทั้งแถม ซื้อ 3 แถม 1 หรืออะไรอีก
สารพัด หลายคนจึงคิดว่า จะมีราคาถูกกว่าร้านยางห้องแถวทั ่วไป
ความเป็นจริง : เท่าที่เคยตรวจสอบราคา พบว่ามีน้อยครั้งมากที่จะมีราคาจริงในการซื้อยางถูกกว่าการซื้อยางตามร้านทั ่วไปน่ า
แปลกทั้งที่สั ่งซื้อยางในจ านวนมากกว่า แต่ท าไมขายถูกกว่าไม่ได้คงเป็นเพราะค่าลงทุนด้านสถานที่และเครื่องมือมากกว่านั ่นเอง
ปะยาง แบบยิงยางเส้นอดุ รวั่ ง่าย
ความเขา้ใจผิด : ทั้งค าแนะน าจากร้านปะยางหรือดูด้วยสายตา ก็ชวนให้คิดว่าการปะยางแบบยิงยางเส้นเข้าไปเบ่งตัวในรูรั ่วน่ าจะม

โอกาสรั ่วแบบซึมๆ ได้ในบางครั้ง หรือเมื่อใช้ไปนานๆ เพราะไม่มีการปะแบบอุดกาวหรืออัดแน่ นให้เป็นชิ้นเดียวกันแต่อย่างไร
ความเป็นจริง : น่ าแปลกที่ผู้ผลิตยางแนะน าการปะยางแบบนี้เป็นมาตรฐาน และไม่แนะน าการปะยางแบบสตีมอัดทับรูรั ่วด้วยยาง
แผ่นและความร้อน เพราะจะท าให้ยางแข็งหรือบวมได้ สวนทางกับร้านปะยางที่พยายามจะให้ปะแบบสตีมที่ท าเงินได้มากกว่า และ
ดูแน่ นหนากว่า
หลายเรื่องในโลกรถยนต์มีความเข้าใจผิดกันอยู่ และไม่ใช่เรื่องน่ าอายถ้าจะท าความเข้าใจให้ถูกต้อง
ผมขอเสริมเรื่องปะยางอีกเล็กน้อยนะครับการอุดยางแบบปะสตีมนอกจากท าให้เนื้อยางบริเวณที่ปะเสียสภาพลงเนื่ องจากความร้อน
แล้ว ถ้าร้านใช้ยางแผ่นใหญ่ปะ และเป็นล้อหน้าคุณต้องถ่วงล้อใหม่หรือต้องสับไปใช



hin2499

  • บุคคลทั่วไป
ตอบกลับ #1 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:03:00 AM
ความเข้าใจผิดเก่ียวกบัยาง
ความกว้างของยาง/ความกว้างของหน้ายาง
ความเขา้ใจผิด : บนแก้มยางจะมีการระบุขนาด ต่างๆ ของยางเส้นนั้นไว้อยู่เสมอ ส าหรับยางทั ่วไปจะมีการระบุรายละเอียดที่
คุ้นเคยกันตามตัวอย่าง เช่น 205/60R15
ตัวเลข 3 หลักแรกนี้เองที่หลายคนเข้าใจผิด โดยเข้าใจว่าเป็นความกว้างของหน้ายางที่สัมผัสถนน มีหน่ วยเป็นมิลลิเมตร ในกรณี
ตัวอย่างนี้ คิดว่ายางเส้นนี้มีหน้ากว้าง 205 มิลลิเมตร
ความเป็นจริง : ตัวเลข 3 หลักแรกนี้ เป็นความกว้างของยาง ไม่ใช่ความกว้างของหน้ายางที่สัมผัสพื้นวิธีการตรวจสอบง่ายๆ
ตัวเลข 3 หลักนี้ ก็คือ น ายางเส้นนั้นใส่กับกระทะล้อที่มีขนาดเหมาะ สมกันตามมาตรฐานที่วงการยางก าหนดและสูบลม วัดความ
กว้างของยางจากส่วนที่กว้างที่สุด ซง่ึมกัจะ เป็นสว่ นโคง้ของแกม้ ยางทป่ี อ่
งออกมา จากแกม้ ขา้งหน่งึมายงัอกีขา้งหน่งึ โดยวัดรวม
ทุกอย่างที่กว้าง ที่สุด ถ้าบังเอิญมีตัวอักษรตัวเลขหล่อนูนออกมา ก็ต้องวัดรวมด้วย แล้วก็จะได้ค่าความกว้างนั้นออกมา
ตัวเลข 3 หลักแรกที่ระบุไว้ เช่น 205 จะเป็นความกวา้งของยางในสว่ นทป่ี อ่
งทส่ีดุ ซึ่งเป็นแก้มยาง ส่วนความกว้างของหน้ายางจริง
จะไม่มีการก าหนดไว้และเท่าที่ทลองวัดดู ก็จะแคบว่าตัวเลขความกว้างของยางที่ระบุไว้ 10-30 มิลลิเมตร
นั ่นหมายความว่า สมมุตติยางที่ระบุความกว้าง ไว้เท่ากันแต่ต่างรุ่นต่างยี่ห้อกัน ความกว้างของยาง บริเวณแก้มจะต้องเท่ากัน แต่
ไม่แน่ ว่าความกว้างของยางจะต้องเท่ากัน เพราะพบว่ายางรุ่นสปอร์ตหรือเน้นสมรรถนะสูง จะมีความกว้างของหน้ายางใก้ลเคียงกับ
ตัวเลขความกว้างของยางมากกว่ายางรุ่นพื้นๆ ส าหรับใช้งานทั ่วไป
หากไม่เชื่อบทความนี้ใหเ้อาไมบ้ รรทดัหรอืตลบั เมตรไปวดัรอยฝุน่ บนหน้ายางไดเ้ลย แลว้จะพบวา่ แคบกว่าตัวเลขที่ระบุไว้มาก วัด
ยังไงก็ไม่เท่ากัน แต่พอเล็งๆ แถวแก้มยาง ก็พบว่ากว้างพอกับตัวเลข 3 หลักแรกที่ระบุไว้จริงๆ
ตัวเลขซีรีส์ต้องคา  นวนก่อน
ความเขา้ใจผิด : จากตัวอย่าง 205/60R15 ตัวเลข 2 หลักชุดที่ 2 คือ 60 หมายถึงซีรีส์ของยาง หลายคนเข้าใจผิดว่า ยางที่มีตัวเลขซี
รีส์มาก จะต้องมีแก้มสูงกว่ายางที่มีซีรีส์น้อยกว่าเสมอ
ความเป็นจริง : ตัวเลขซีรีส์ หมายถึง ความสูงของแก้มยางคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของความกว้างของยาง หากต้องการทราบความสูง
จริงของแก้มยาง ก็ต้องมีการค านวณก่อน
จากตัวอย่าง ยางเส้นนี้ มีความสูงของแก้มยาง เป็น 60 เปอร์เซ็นต์จากความกว้าง 205 มิลลิเมตร ค านวนโดยน า 205 X (60/100) =
123 มิลลิเมตร



hin2499

  • บุคคลทั่วไป
ตอบกลับ #2 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:03:27 AM
ถ้าไม่ผ่านการค านวณ จะสรุปลอยๆ ไม่ได้ว่า ยางซีรีส์ 65 จะมีแก้มยางจริงสุงกว่ายางซีรีส์ 60 หากมีความกว้างของยางต่างกัน
เช่น ยาง 205/60R13 มีแก้มสูง 205 X (60/100) = 123 มิลลิเมตร ส่วนยาง 185/65R13 มีแก้ม สูง 185 X (65/100) = 120.25 มิลลิเมตร มี
แก้มจริงเตี้ยกว่าทั้งที่มีตัวเลขซีรีส์เป็น 65 มากกว่าเส้นแรกอยู่ 5 ซีรีส์
ถ้าจะเดาความสูงของแก้มยาง ก็ต้องดูตัวเลข 3 หลักแรกความกว้างของยางด้วย แต่ถ้าจะให้แม่นย าก็ต้องน าไปค านวณก่อน
ยางท่ีใช้กบักระทะล้อขอบใหญ่กว่า ยางต้องใหญ่กว่า
ความเขา้ใจผิด : ในกรณีที่จะเปลี่ยนล้อแม็กให้มีขาดเส้นผ่าศูนย์กลางใหญ่ขึ้น ตามสไตล์ล้อแม็กวงโต+ยางแก้มเตี้ย เช่น ล้อเดิม
ขอบ 14 นิ้ว จะเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นขอบ 16 นิ้ว หลายคนเข้าใจผิด โดยรีบสรุปว่ายางที่ใช้กับกระทะล้อขอบ 16 นิ้ว ต้องมีขนาดใหญ่
กว่ายาง 14 นิ้ว ไปมองไปอิงกับตัวเลขขอบกระทะล้อทั้งที่นั ่นคือ วงในของยาง ไม่ใช่วงนอก
ความเป็นจริง : ยางจะมีเส้นรอบวงมากหรือมีความสูงโดยรวมเท่าไร ไม่เกี่ยวกับขนาดของกระทะล้อหรือเรียกกันว่าขอบกี่นิ้วนัก
เพราะต้องขึ้นอยู่กับความสูงของแก้มยาง ซึ่งก็ขึ้นกับความกว้างและซีรีส์นั ่นเอง
ยางขอบ 17 นิ้ว ซีรีส์น้อยแก้มเตี้ยบางเฉียบ อาจจะมีเส้นรอบวงน้อยและมีความสูงโดยรวมน้อย กว่ายางขอบ 14 นิ้ว ซึ่งมีซีรีส์มาก
และแก้มสูงก็เป็นได้
ยางเปอรเ์ซน็ ต์เมินได้เลย
ความเขา้ใจผิด : เป็นที่เข้าใจว่า ยางเปอร์เซ็นต์ คือ ยางมือสอง คนส่วนใหญ่มองว่าเมินยางเปอร์เซ็นต์ไปได้เลย เพราะคิดว่าล้วน
เป็นยางมือสองที่ได้มาจากเจ้าของเดิมถอดทิ้งหรือถอดขายให้ร้านในราคาถูกๆเพื่อเป็นส่วนลดในการซื้อยางใหม่ ยางจึงน่ าจะหมด
สภาพแล้ว หากฝืนซื้อมาใช้งานต่อก็จะเสี่ยงต่ออันตราย
ความเป็นจริง : ยางเปอร์เซ็นต์หลายสิบเปอร์เซ็นต์ที่ขายอยู่ทั ่วไป เกือบหมดสภาพแล้วจริงๆ หากใครซื้อมาใช้ก็เสี่ยงอันตราย แต่
ไม่ใช่ว่าทุกเส้นจะไม่น่ าสนใจ
เพราะในกรณีที่เป็นยางซึ่งถูกเปลี่ยน เพราะเจ้าของอยากเปลี่ยนขนาดยางหรือล้อแม็ก ทั้งที่ยังไม่หมดสภาพยางเปอร์เซ็นต์เส้นนั้น
ก็ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติบางครงั้รถป้ายแดงขบั ออกมาจากโชวร์มู ไดไ้มก่ ว่ีนั กเ็ปลย่ีนยางเดมิ ออกแลว้ หรือใช้ยางเดิมได้ไม่กี่
เดือน ก็อยากเปลี่ยนล้อแม็กวงโต+ยางแก้มเตี้ยตามแฟชั ่น ก็อาจจะถอดยางชุดเดิมขายลดราคากับทางร้านหรือประกาศขายเองเป็น
ยางเปอร์เซ็นต์
บางครั้งยางก็ถูกเปลี่ยนออก เพราะความหวาดกลัวเกินไป ทั้งจากตัวเองหรือค าแนะน าที่ผิดๆ ว่ายางรถยนต์ใช้ได้แค่ 2 ปี หรือไม่
เกิน 40,000 กิโลเมตร ทั้งที่ความจริงใช้ได้นานกว่านั้น ยางชุดนั้นจึงยังไม่หมดสภาพแต่กลับถูกเปลี่ยนออก ซึ่งเมื่อน าออกขายเป็น
ยางเปอร์เซ็นต์ ภสพาจึงยังดีอยู่ และสามารถใช้ต่อได้อีก



hin2499

  • บุคคลทั่วไป
ตอบกลับ #3 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:03:54 AM
การเลือกใช้ยางเปอร์เซ็นต์ หากดูอย่างละเอียด รอบคอบ และเลือกยางที่ไม่ได้ถูกเปลี่ยนเพราะหมด สภาพ โดยเฉพาะยางที่ถูก
เปลี่ยนเพราะเจ้าของเดิม อยากเปลี่ยนขนาด บางครั้งก็น่ าสนใจ
เปล่ียนยางทิ้งเรว็เกินไป
ความเขา้ใจผิด : คนส่วนใหญ่เชื่อและได้รับ ค าแนะน าที่ผิดๆ ว่ายางรถยนต์ต้องเปลี่ยนตามระยะทางเท่านั้นเท่านี้ หรือไม่เกินกี่ปี
ต้องเปลี่ยนออก แมว้ า่ ดอกยงัไมห่ มด หรอืยงัดดู อียกู่ ต็ อ้ งเปลย่ีนออก หลายคนเชอ่ืปกั
ใจ เพราะหวาดระแวงกลัวยางระเบิดแล้ว
อันตราย
ความเป็นจริง : จริงอยู่หากยางระเบิดแล้วจะเสี่ยงต่ออุบัติเหตุหรือความยุ่งยาก ต้องเปลี่ยนยางกลางทาง แต่การใช้อะไรแล้ว
เปลี่ยนทิ้งทั้งที่ยังไม่หมดสภาพ เสียดายทั้งเงินทั้งทรัพยากรของโลกที่ต้องเสียไปด้วยความหวาดระแวง
ผู้ผลิตยางรถยนต์ส่วนใหญ่ แม้ว่าอยากจะขายยางเส้นใหม่เร็วๆก็ยังไม่เคยมีค าแนะน าให้เปลี่ยนยางเมื่อครบ 3 ปี หรือเมื่อเกิน
50,000 กิโลเมตรหรือต ่ ากว่านั้นเลย มีแต่การแนะน าว่า สามารถใช้งานได้จนดอกจะสึกถึงสัญลักษณ์ที่จุดลึกสุดของร่องยาง และถ้า
ดอกยังไม่หมด หากดูแล้วไม่มีการแตกร้าวปริบวม ก็สามารถใช้ต่อได้จนดอกสึกถึงระยะข้างต้น โดยไม่จ ากัดปีที่ใช้
คน้ หาทงั้จากเอกสารหรอืถามจากเจา้หน้าทฝ่ี า่ ยเทคนคิ ของผผู้ ลติยางโดยตรงก็บอกอย่างนี้ทั้งนั้น พอถามแบบกลางๆ ว่า งั้นของ
ค าตอบที่คนทั ่วไปอยากทราบได้ไหม เขาก็บอกว่า 3 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร หากดอกยังไม่หมด ยางส่วนใหญ่(หากยางเส้นนั้น
ไม่ได้ใช้งานหนักบนทางวิบาก หรือได้รับการกระแทกบ่อย) น่ าจะยังไม่หมดสภาพ และน่ าจะใช้ได้อีกไม่น้อยกว่า 1-2 ปีขึ้นไป หรือ
อีกหลาย หมื่นกิโลเมตร และพอถามย ้าอีก เขาก็บอกว่า ประ มาณว่าถ้าดอกไม่หมดยางน่ าจะใช้ได้เกิน 60,000 กิโลเมตรหรือแถวๆ
5 ปีได้สบาย และก็บอกทิ้งท้ายว่า ถ้าดอกไม่หมด และดูสภาพแล้วยังปกติ ก็ยังใช้ต่อได้อีก
ขนาดฝา่ ยผผู้ ลติทอ่ียากขายยางใหมใ่ หไ้ดม้ ากๆยังมีค าแนะน าให้ใช้งานได้นานกว่าความเชื่อของคนทั ่วไป ดังนั้นก่อนที่จะเปลี่ยน
ยางใหม่ก็ควรแน่ ใจว่ายางเส้นเดิมหมดสภาพและไม่น่ าเสี่ยงใช้งานต่อแล้ว ไม่ใช่เปลี่ยนเพราะความหวาดระแวง ทั้งที่เพิ่งผ่านการใช้
งานเกินครึ่งมาไม่เท่าไร
ยางเก่าเกบ็ ไมน่ ่าสน
ความเขา้ใจผิด : เป็นที่ทราบกันทั ่วไปว่า ยางรถยนต์ที่ถูกเก็บสต็อกไว้ สามารถหมดสภาพได้แม้จะยังไม่เคยใช้งานก็ตาม แต่
ตัวเลขจ านวนเดือนปีที่จะถือว่าไม่น่ าซื้อใช้ของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนตั้งใจว่าผลิตเกิน 3 เดือนจะไม่ซื้อ บางคน 6 เดือน หรือ
บางคน 1 ปีกว่าๆ ยังรับได้ความเข้าใจผิดก็คือ คนที่หวาดระแวงเกินเหตุ เก็บเกิน 3-6 เดือนไม่เอาแล้ว ท าเป็นว่ายางรถยนต์จะเน่ า
ง่ายๆ แบบขนมเค้กหรือต้องรอของที่อบเสร็จกันหน้าเตาเลย
ความเป็นจริง : ข้อมูลจากผู้ผลิตยางรถยนต์หากเก็บโดยไม่โดนความร้อนจัดเย็นจัด ไม่ถูกสารเคมี และจัดวางอย่างเหมาะสม จะ



hin2499

  • บุคคลทั่วไป
ตอบกลับ #4 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:04:21 AM
สามารถเก็บ สต็อกได้นานถึงกว่า 5 ปีก็ยังมี โดยไม่เสื่อมสภาพ สามารถน ามาใช้งานได้
ส่วนที่ตั้งแง่ว่าเกิน 3-6 เดือนจะไม่ซื้อ สงสัยต้องตระเวนหากันเหนื่ อย ถ้ามีคนเข้าใจผิดกันมากๆ สงสัยอีกหน่ อยต้องเหนื่ อยไปดัก
ซื้อหน้าโรงงานกันเลย ผลิตมาเก็บไว้ หากขายไม่ดี เกิน 6 เดือนแล้วจะขายไม่ออก
ถ้าคิดว่าค าแนะน านั้นเป็นเพราะกลัวขายยางเก่าเก็บไม่ได้ก็ย้อนไปอ่านกรณีที่แนะน าอายุการใช้งานของยาง ก็ยาวนาน
เช่นเดียวกัน ในฐานะของผู้บริโภคลดลงมาเหลือ 3 ปีก็คงรับได้ จึงสรุปว่า ยางรถยนต์ที่ถูกเก็บไว้ไม่เกิน 3 ปียังสามารถซื้อมาใช้งาน
ได้ตามปกติโดยไม่ต้องกังวลอะไร หรือถ้ายังกลัว ก็สักไม่เกิน 2 ปียังรับได้ แต่ถ้าวิตกจริต เก็บมาแถวๆ ไม่เกิน 1 ปี หรือเกิน
เล็กน้อย ก็คงสบายใจได้
ยางดอกหมดลื่น
ความเขา้ใจผิด : ยางดอกหมดหรือยางหัวโล้น จะลื่น นึกไปถึงหัวคนว่าโล้นแล้วต้องลื่น ถ้าจะให้ถูกต้องต้องบอกว่าลื่นบนถนน
เปียก แต่บนถนนแห้งจะเกาะถนนดีกว่าบางมีดอกลึก
ความเป็นจริง : ยางรถยนต์เกาะถนนได้โดยหน้าสัมผัสซึ่งท าหน้าที่เป็นเฟืองยางขนาดจิ๋วถี่ๆผังลงไปบนพื้นถนน ยิ่งมีหน้าสัมผัส
มากก็ยิ่งมีเฟืองมาก เกาะถนนได้ดีส่วนร่องยางที่มีนั้นเตรียมไว้ให้รีดน ้าออกจากหน้าสัมผัสของยาง หรือให้น ้าแทรกตัวเข้าไปอยู่
ชั ่วคราวได้
ร่องยางส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นทรงตัว U แต่เป็น กึ่งตัว V ปากร่องกว้างกว่า ยอดของแท่งดอกยางจึงแคบกว่า เมื่อยางสึกลงไปร่องตื้น
หรือเกือบหมด หน้าสัมผัสยางจึงมีมากที่สุด เพราะฐานของแท่งดอกยางกว้างกว่าตอนที่ยังไม่สึกมาก หากเนื้อยางยังไม่แข็งมาก
ยางที่ดอกเกือบหมดหรือหมด แต่ยัง ไม่ทะลุ จะเกาะถนนแห้งได้ดีกว่ายางมีดอกมีร่องลึกเพราะเรื่องพื้นที่ของหน้าสัมผัสที่แตกต่าง
กัน แต่จะลื่นกว่าเมื่อเจอถนนเปียก เพราะไม่มีร่องยางช่วยรีดน ้า หน้ายางจะมีชั้นฟิล์มของน ้าคั ่นอยู่จะสัมผัสถนนไม่เต็มที่
ดังนั้นถ้าจะบอกว่ายางหัวโล้นขับแล้วลื่น ต้องระบุด้วยว่าบนถนนแห้งหรือเปียก
ยางนอกดีกว่า
ความเขา้ใจผิด : หลายคนยังเข้าใจว่ายางที่ผลิตจากนอกหรือต่างประเทศจะมีคุณภาพดีกว่ายางไทย
ความเป็นจริง : ไม่ว่าจะผลิตจากประเทศใด หากมองถึงคุณภาพกต็ อ้ งวา่ กนั เป็นรนุ่ ๆไป จะบอก ไมไ่ ดว้ า่ ยางญป่ี ุน่ ดกีวา่ ไทย ยาง
ไทยดีกว่ายางมาเล-เซีย โลกเทคโนโลยีเชื่อมกันแล้ว การถ่ายทอดการพัฒนาการผลิตล้วนท าได้ถ้าตั้งใจจะท า



hin2499

  • บุคคลทั่วไป
ตอบกลับ #5 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:05:06 AM
ยางนอกเก่าเกบ็
ความเขา้ใจผิด : คิดว่าต้องขนส่งทางเรือมา ข้ามน ้าข้ามทะเลมา กว่าจะเอามาจากโรงงาน ขนขึ้นและเดินทางในเรือ ออกจากไทย
คงเก่าเก็บมาก
ความเป็นจริง : หากมีการจัดการที่ดี รวมเวลา ทุกขั้นตอน ไม่ว่าน ายางมาจากประเทศใด รวมขน ส่งถึงร้านยางทั ่วไปในไทย ไม่น่ า
ใช้เวลาเกิน 1 เดอืน บางยห่ี อ้ คยุ วา่ ครง่ึเดอืนกถ็ งึแลว้ในกรณที น่ี าเขา้จากญป่ี ุน่ ซึ่งก็จริงเพราะใช้เวลาเดินเรือไม่กี่วันเท่านั้น ส่วนการ
ขาขึ้นเรือหรือขนออกจากท่าเรือ ก็ใช้เวลาขั้นตอนละ 1-2 วันเท่านั้น
ยางย่ีห้อไมด่ งั คณุ ภาพตา่
ความเขา้ใจผิด : ถ้าไม่ใช่ยี่ห้อดังติดหัวแถว คุณภาพจะต ่ า อีกทั้งยังเปรียบเทียบจากราคาที่ถูกกว่าของยี่ห้องดังๆ ก็เดาไปว่าของ
ถูกแต่ดีไม่มีในโลก
ความเป็นจริง : ยางรถยนต์ไม่ได้มีแค่ 2 ยี่ห้อ และยี่ห้อที่ไม่ดัง ก็อาจมีคุณภาพดีใช้ได้เพียงแต่ไม่ติดกระแสหรือไม่โหมโฆษณา
มาก ทั้งที่คุณภาพดี แต่แพ้กระแสความเชื่อ และไม่ต้องเสียค่าโฆษณามาก ก็เลยตั้งราคาได้ต ่ า หากเลือกอย่างรอบคอบ ก็อาจจะได้
ยางคุณภาพดีราคาถูกก็เป็นได้
ซื้อยางในศนู ยบ์ ริการเรง่ ด่วนถกู กว่า
ความเขา้ใจผิด : มีการเปิดศูนย์บิการซ่อมรถยนต์แบบเร่งด่วนหลายสาขาหลายที่และมักจะเน้นการขายยางรถยนต์ด้วย ซึ่งส่วน
ใหญ่มีการแข่งขันมากมาย มียางให้เลือกหลายยี่ห้อและจัดข้อเสนอพิเศษมากมาย ทั้งลดราคาทั้งแถม ซื้อ 3 แถม 1 หรืออะไรอีก
สารพัด หลายคนจึงคิดว่า จะมีราคาถูกกว่าร้านยางห้องแถวทั ่วไป
ความเป็นจริง : เท่าที่เคยตรวจสอบราคา พบว่ามีน้อยครั้งมากที่จะมีราคาจริงในการซื้อยางถูกกว่าการซื้อยางตามร้านทั ่วไปน่ า
แปลกทั้งที่สั ่งซื้อยางในจ านวนมากกว่า แต่ท าไมขายถูกกว่าไม่ได้คงเป็นเพราะค่าลงทุนด้านสถานที่และเครื่องมือมากกว่านั ่นเอง

ปะยาง แบบยิงยางเส้นอดุ รวั่ ง่าย
ความเขา้ใจผิด : ทั้งค าแนะน าจากร้านปะยางหรือดูด้วยสายตา ก็ชวนให้คิดว่าการปะยางแบบยิงยางเส้นเข้าไปเบ่งตัวในรูรั ่วน่ าจะม



hin2499

  • บุคคลทั่วไป
ตอบกลับ #6 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:05:30 AM
โอกาสรั ่วแบบซึมๆ ได้ในบางครั้ง หรือเมื่อใช้ไปนานๆ เพราะไม่มีการปะแบบอุดกาวหรืออัดแน่ นให้เป็นชิ้นเดียวกันแต่อย่างไร
ความเป็นจริง : น่ าแปลกที่ผู้ผลิตยางแนะน าการปะยางแบบนี้เป็นมาตรฐาน และไม่แนะน าการปะยางแบบสตีมอัดทับรูรั ่วด้วยยาง
แผ่นและความร้อน เพราะจะท าให้ยางแข็งหรือบวมได้ สวนทางกับร้านปะยางที่พยายามจะให้ปะแบบสตีมที่ท าเงินได้มากกว่า และ
ดูแน่ นหนากว่า
หลายเรื่องในโลกรถยนต์มีความเข้าใจผิดกันอยู่ และไม่ใช่เรื่องน่ าอายถ้าจะท าความเข้าใจให้ถูกต้อง
ผมขอเสริมเรื่องปะยางอีกเล็กน้อยนะครับการอุดยางแบบปะสตีมนอกจากท าให้เนื้อยางบริเวณที่ปะเสียสภาพลงเนื่ องจากความร้อน
แล้ว ถ้าร้านใช้ยางแผ่นใหญ่ปะ และเป็นล้อหน้าคุณต้องถ่วงล้อใหม่หรือต้องสับไปใช้เป็นล้อหลังแทน เพราะการปะเเบบนี้จะท าให้
ยางไม่ได้ดุลเกิดอาการพวงมาลัยสั ่นได้ที่ความเร็วระดับหนึ่งครับ



ออฟไลน์ abuzayarb

  • สมาชิกที่รอรับสติกเกอร์
  • สมาชิกที่รอรับสติกเกอร์
  • RB25 DE
  • *
    • กระทู้: 390
    • แรงม้า +1/-0
  • CEFIRO A31 LOVERS
ตอบกลับ #7 เมื่อ: ธันวาคม 11, 2011, 12:18:22 AM
 like เยี่ยมเลยรู้เรื่องยางอีกเรื่อง +1 ปาย

ก็ยังเป็น คนเดิมและก็คันเดิม